นวัตกรรมสารฆ่าเชื้อและวัสดุต้านราในอาคาร

อัปเดต 5 ตุลาคม 2569 | ความรู้สำหรับผู้ให้บริการฆ่าเชื้อ ผู้ประกอบการกำจัดแมลง และผู้ดูแลอาคาร

การฆ่าเชื้อบนพื้นผิวกับการป้องกันเชื้อราในอาคารเป็นงานที่เกี่ยวข้องกัน แต่ต้องจัดการต่างกัน น้ำยาฆ่าเชื้อช่วยลดเชื้อในขณะที่ใช้งาน ส่วนการควบคุมราบนผนังหรือฝ้าเพดานต้องแก้ความชื้นและจัดการวัสดุที่ปนเปื้อนร่วมด้วย เพราะพื้นผิวที่สะอาดแล้วสามารถมีราเจริญขึ้นใหม่ได้ หากยังมีสภาพเหมาะต่อการเติบโต [1]

เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นในช่วงหลังจึงครอบคลุมมากกว่าน้ำยาฆ่าเชื้อ มีทั้งสูตรที่ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อในขั้นตอนเดียว HOCl ที่ปรับความคงตัว สารเคลือบต้านราสำหรับวัสดุก่อสร้าง และวัสดุที่กักเก็บสารออกฤทธิ์ไว้เพื่อเติมกลับและใช้ซ้ำได้ ผลิตภัณฑ์บางกลุ่มมีใช้งานแล้ว ขณะที่วัสดุรุ่นใหม่กำลังอยู่ระหว่างพัฒนาให้ทนทานและเหมาะกับสภาพอาคารจริง

การเลือกสารฆ่าเชื้อในงานบริการต้องพิจารณาทั้งเชื้อเป้าหมาย วัสดุ และวิธีทำงาน สารที่ใช้กันมานาน เช่น TEGO 51 ซึ่งอยู่ในกลุ่มแอมโฟเทอริก (amphoteric) ยังมีบทบาทในงานที่ผลิตภัณฑ์รองรับ ขณะที่สูตร AHP และระบบผลิต HOCl เพิ่มทางเลือกในการทำความสะอาดร่วมกับฆ่าเชื้อและการจัดเตรียมน้ำยา ผู้ให้บริการจึงสามารถเลือกผลิตภัณฑ์และกระบวนการให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่ได้มากขึ้น [12],[2],[15]

ปกบทความนวัตกรรมสารฆ่าเชื้อและวัสดุต้านราในอาคาร พร้อมกราฟิกวัสดุและโมเลกุลในสีแบรนด์ TDHA
ภาพประกอบแนวคิดสารฆ่าเชื้อและวัสดุต้านรา สร้างด้วย AI

สูตรน้ำยาที่พัฒนาจากสารออกฤทธิ์เดิม

ความใหม่ของสารฆ่าเชื้อไม่ได้เกิดจากการค้นพบโมเลกุลใหม่เสมอไป ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์เป็นสารที่มีใช้มานาน แต่สามารถพัฒนาสูตรร่วมกับองค์ประกอบอื่นเพื่อให้เหมาะกับงานทำความสะอาดและฆ่าเชื้อได้มากขึ้น เทคโนโลยี Accelerated Hydrogen Peroxide หรือ AHP ใช้แนวทางนี้ โดยผสานไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์กับส่วนประกอบของสูตร รวมถึงระบบสารลดแรงตึงผิวสำหรับทำความสะอาด [2]

Oxivir Three 64 เป็นผลิตภัณฑ์ AHP ที่เปิดตัวในสหรัฐอเมริกาในปี 2024 ฉลากระบุการฆ่าเชื้อ Candida albicans, Microsporum canis และ Trichophyton interdigitale บนพื้นผิวแข็งไม่พรุน ที่อัตราเจือจาง 1:64 และเวลาสัมผัส 3 นาที ผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้ช่วยให้วางงานทำความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นผิวไว้ในกระบวนการเดียวกันได้ตามวิธีใช้ที่กำหนด [3],[4]

ในทางปฏิบัติ เวลา 3 นาทีหมายถึงการคงพื้นผิวให้เปียกตลอดช่วงสัมผัสสาร จึงต้องลงน้ำยาให้เพียงพอและไม่เช็ดออกก่อนครบเวลา พื้นผิวที่มีคราบสกปรกหนักต้องทำความสะอาดก่อน การใช้ยังขึ้นกับวัสดุด้วย เช่น ฉลากของสูตรนี้ไม่แนะนำให้ใช้กับทองเหลืองหรือทองแดง และกำหนดอุปกรณ์ป้องกันสำหรับการจัดการสารเข้มข้นไว้ต่างจากน้ำยาที่เจือจางแล้ว [4]

สูตร AHP จึงเป็นทางเลือกสำหรับงานฆ่าเชื้อบนพื้นผิวที่ผลิตภัณฑ์รองรับ ส่วนวัสดุพรุนที่มีราแทรกอยู่ เช่น ยิปซัมหรือฉนวน ต้องประเมินการนำวัสดุเสียหายออกด้วย การพ่นน้ำยาบนผิวหน้าไม่อาจทดแทนการจัดการเชื้อราภายในวัสดุได้ [1]

ในประเทศไทยมีผลิตภัณฑ์กลุ่ม AHP เช่น Oxivir TB สำหรับฆ่าเชื้อบนพื้นผิว และ Oxivir TB Wipe ที่มีผู้ให้บริการในประเทศจำหน่ายเป็นแผ่นเช็ด รูปแบบแผ่นเช็ดช่วยให้ลงสารบนพื้นผิวเฉพาะจุดได้สะดวก โดยยังต้องคงพื้นผิวให้เปียกตามเวลาที่ฉลากกำหนด ข้อมูลการใช้งานต้องยึดตามรุ่นที่เลือก เพราะ Oxivir TB กับ Oxivir Three 64 เป็นคนละสูตร จึงไม่ควรนำอัตราเจือจางหรือเวลาสัมผัสของสูตรหนึ่งไปใช้กับอีกสูตร [13],[14]

HOCl ที่คงตัวขึ้นและข้อมูลใหม่เกี่ยวกับเชื้อรา

กรดไฮโปคลอรัส หรือ HOCl เป็นสารฆ่าเชื้ออีกกลุ่มที่พัฒนาทั้งด้านสูตรและกระบวนการผลิต การทำให้สารคงคุณภาพระหว่างเก็บรักษามีประโยชน์ต่อการจัดเตรียมน้ำยาสำหรับใช้งาน โดยเฉพาะพื้นที่ที่ต้องควบคุมความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ

การผลิต HOCl ณ จุดใช้งานมีตัวอย่างในประเทศไทยด้วย เครื่อง ENcase สำหรับผลิตน้ำยา ENERclean ที่พัฒนาโดย สวทช. ใช้กระบวนการไฟฟ้าเคมีเปลี่ยนสารละลายเกลือเป็นน้ำยาฆ่าเชื้อ และมีการส่งมอบให้โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา โรงพยาบาลวารินชำราบ และโรงพยาบาลในจังหวัดศรีสะเกษตั้งแต่ปี 2565 ระบบลักษณะนี้ช่วยให้สถานพยาบาลจัดเตรียมน้ำยาใช้เองได้ โดยต้องควบคุมความเข้มข้นของคลอรีนอิสระและค่า pH ให้เหมาะกับการใช้งาน การผลิต ณ จุดใช้งานกับการพัฒนาสูตรให้เก็บรักษาได้นานเป็นคนละแนวทาง จึงต้องจัดการคุณภาพน้ำยาตามระบบที่เลือก [15]

Contec ProChlor เป็น HOCl สูตรปรับความคงตัวสำหรับห้องสะอาด เอกสารผู้ผลิตระบุอายุเก็บรักษา 2 ปีตามเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมผลลด Aspergillus brasiliensis มากกว่า 4 log หรือมากกว่า 99.99% ใน 1 นาที ในการทดสอบ EN1650 ที่ให้เชื้อสัมผัสน้ำยาในสารแขวนลอย ข้อมูลนี้แสดงฤทธิ์ของสูตรต่อเชื้อที่ทดสอบ ส่วนการใช้งานบนวัสดุอาคารยังต้องพิจารณาประเภทพื้นผิวและวิธีลงสาร [5]

งานวิจัยปี 2026 ของ Mokudai และคณะศึกษาการผลิต HOCl ความบริสุทธิ์สูง โดยกรองผ่านเมมเบรน reverse osmosis เพื่อลดไอออนและสิ่งเจือปน น้ำยาก่อนผสมเชื้อมี pH 6.5 ± 0.3 และคลอรีนอิสระประมาณ 53 มิลลิกรัมต่อลิตร ผลการฆ่าเชื้อโดยรวมใกล้เคียงกับสูตรที่ไม่ผ่านการกรอง การเพิ่มความบริสุทธิ์จึงไม่ได้ทำให้ฤทธิ์ฆ่าเชื้อสูงขึ้นอย่างชัดเจนในการทดลองนี้ [6]

รายละเอียดที่มีความหมายต่อการควบคุมราคือเชื้อแต่ละชนิดตอบสนองต่างกัน เมื่อสัมผัสน้ำยา 60 วินาที A. fumigatus ลดลงประมาณ 4.2 log ขณะที่ A. flavus ลดลงประมาณ 1.8 log และ A. niger ไม่พบการลดลงอย่างชัดเจน แม้ยีสต์และเชื้อรา dermatophytes ในการศึกษาเดียวกันจะตอบสนองได้เร็วกว่า [6]

HOCl จึงมีประโยชน์ต่อการฆ่าเชื้อภายใต้สูตรและวิธีใช้ที่เหมาะสม แต่ไม่ได้ให้ผลเท่ากันกับเชื้อราทุกชนิด ผลของ ProChlor และสูตรที่ Mokudai ศึกษาก็มาจากคนละผลิตภัณฑ์และคนละเงื่อนไข ผู้ให้บริการควรใช้ข้อมูลของน้ำยาที่เลือกจริง แทนการอาศัยชื่อ HOCl เพียงอย่างเดียว

ภาพสรุปน้ำยาสูตรพัฒนา สารเคลือบต้านรา และวัสดุที่ทำงานร่วมกับแสง
น้ำยาฆ่าเชื้อ สารเคลือบต้านรา และวัสดุที่ทำงานร่วมกับแสงมีบทบาทต่างกัน ทั้งด้านการใช้งานและความพร้อมของเทคโนโลยี

สารเคลือบต้านราสำหรับวัสดุก่อสร้าง

สำหรับอาคารที่มีปัญหาราเกิดซ้ำ การพัฒนาพื้นผิวให้ยับยั้งการเจริญของราเป็นอีกแนวทางหนึ่ง สารเคลือบทำหน้าที่อยู่บนวัสดุหลังเตรียมพื้นผิวแล้ว จึงต่างจากน้ำยาฆ่าเชื้อที่ใช้ระหว่างการทำความสะอาด

งานของ Viensiri และคณะพัฒนาสูตรพ่นเคลือบ จีโอพอลิเมอร์จากเมตาคาโอลินผสมอนุภาคนาโนซิงก์ออกไซด์ หรือ ZnO โดยทดสอบกับ Cladosporium ที่แยกจากโครงสร้างคอนกรีต จีโอพอลิเมอร์สร้างสภาพด่างบนผิววัสดุซึ่งยับยั้งการเจริญของรา และการเติม ZnO ช่วยเพิ่มผลต้านราในระบบที่ศึกษา [7]

การทดลองใช้ชิ้นมอร์ตาร์ที่ความชื้นสัมพัทธ์ 80% และอุณหภูมิประมาณ 25°C ติดตามการเจริญ 28 วัน สูตรที่มี ZnO ลดการเจริญได้มากกว่าสูตรที่ไม่เติม แต่ยังพบเส้นใยราในช่วงต้น ผลจึงเป็นการยับยั้งการเติบโตระหว่างติดตาม ไม่ใช่การฆ่าเชื้อทันทีหลังพ่น [7]

การพัฒนาสูตรเคลือบต้องรักษาคุณสมบัติของวัสดุด้วย สูตรที่เติม ZnO 0.05% มีแรงยึดเกาะประมาณ 0.60 MPa เทียบกับ 0.90 MPa ของสูตรไม่เติม พร้อมรอยแตกร้าวที่เพิ่มขึ้น การนำไปใช้จริงจึงต้องพัฒนาทั้งผลต้านราและความทนทานของชั้นเคลือบ โดยเฉพาะเมื่อผิวสัมผัสความชื้นหรือถูกทำความสะอาดซ้ำ งานนี้รับตีพิมพ์ในปี 2024 และตีพิมพ์ซ้ำในปี 2025 ยังเป็นงานพัฒนาสูตรสำหรับวัสดุก่อสร้าง [7]

สารเคลือบต้านรามีโอกาสใช้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลพื้นผิวระยะยาว หลังแก้แหล่งความชื้น กำจัดเชื้อราเดิม และเตรียมวัสดุเรียบร้อยแล้ว หากยังมีน้ำรั่วซึมหรือวัสดุเสื่อมสภาพ การเคลือบทับจะไม่แก้ต้นเหตุของปัญหา [1]

วัสดุกักเก็บสารฆ่าเชื้อที่เติมกลับได้

ในงานควบคุมเชื้อราในอากาศ นักวิจัยกำลังพัฒนาวัสดุที่ทำงานได้ต่อเนื่องและฟื้นสารออกฤทธิ์กลับมาใช้ใหม่ งานปี 2026 ของ Hou และคณะนำ N-halamine ซึ่งกักเก็บคลอรีนที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ มายึดกับโครงข่ายโลหะและสารอินทรีย์ MOF ชนิด MIL-125-NH2 แล้วรองรับบนฟองน้ำพอลิยูรีเทนพรุน [8]

วัสดุนี้ใช้การทำงานร่วมกันของคลอรีนกับสารออกซิเจนที่ไวต่อปฏิกิริยา (reactive oxygen species หรือ ROS) ที่เกิดเมื่อได้รับแสง เพื่อทำลายเชื้อ เมื่อไม่มีแสง คลอรีนที่อยู่ในวัสดุยังช่วยยับยั้งการฟื้นตัวและการเพิ่มจำนวนของเชื้อได้ และสามารถเติมคลอรีนกลับเพื่อฟื้นการทำงานของวัสดุ [8]

การทดสอบกับสปอร์ A. fumigatus ในระยะงอกภายใต้แสง 365 นาโนเมตร ลดจำนวนสปอร์ที่ยังมีชีวิตลง 88.3% ภายใน 4 วินาที และยับยั้งการฟื้นตัวกับการเพิ่มจำนวนในความมืดได้นานกว่า 7 วัน ผลนี้เป็นของสปอร์ระยะงอกในระบบทดลอง ยังไม่ใช่ผลกำจัดสปอร์ทุกระยะในอาคาร [8]

คุณสมบัติเติมสารกลับได้อาจนำไปพัฒนาเป็นวัสดุควบคุมเชื้อในอากาศที่ใช้ซ้ำ อย่างไรก็ตาม การออกแบบอุปกรณ์ยังต้องทดสอบการไหลของอากาศ ผลเมื่อมีฝุ่นสะสม ความทนทาน และการหลุดออกของสารจากวัสดุ เพื่อให้การใช้งานต่อเนื่องมีทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัย

โมเลกุลรับแสงสำหรับจัดการเชื้อและไบโอฟิล์ม

การออกแบบสารฆ่าเชื้อชนิดใหม่ยังมีแนวทางที่ให้สารจับกับเชื้อก่อน แล้วใช้แสงกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาทำลายเซลล์ งานปี 2026 ของ Xu และคณะพัฒนาโมเลกุลรับแสงชื่อ TB ให้จับกับองค์ประกอบของผนังเซลล์และไบโอฟิล์ม ซึ่งเป็นชั้นสารที่จุลินทรีย์สร้างขึ้นรอบกลุ่มเซลล์ [9]

เมื่อได้รับแสงที่มองเห็นได้ TB จะสร้าง ROS เพื่อทำลายเชื้อ การศึกษามุ่งเป้าไปที่ Candidozyma auris ซึ่งเป็นยีสต์ก่อโรคที่เกี่ยวข้องกับสถานพยาบาล และรายงานการลดเชื้อมากกว่า 99.9% พร้อมการลดมวลไบโอฟิล์มประมาณ 85.2% การลดเชื้อกับการลดมวลไบโอฟิล์มเป็นคนละผลลัพธ์ แต่ทั้งสองส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการเชื้อที่เกาะอยู่บนพื้นผิว [9]

การทดลองส่วนหนึ่งใช้ TB 5 ไมโครโมลาร์ร่วมกับแสงขาว 80 มิลลิวัตต์ต่อตารางเซนติเมตรเป็นเวลา 20 นาที สารกลุ่มนี้จึงต้องใช้งานร่วมกับระบบให้แสงที่เหมาะสม ยังไม่ใช่น้ำยาที่พ่นแล้วให้ผลโดยไม่ต้องควบคุมเงื่อนไขอื่น ข้อมูลความปลอดภัยจากเซลล์และสัตว์ทดลองก็ยังต้องพัฒนาต่อก่อนใช้ในพื้นที่ที่มีผู้ใช้อาคาร [9]

แนวทางนี้เปิดโอกาสให้พัฒนาสารสำหรับเชื้อและไบโอฟิล์มเป้าหมายโดยเฉพาะ ส่วนการใช้กับราเส้นใยบนผนังยังต้องศึกษาแยกจาก C. auris การนำมาใช้ในงานดูแลอาคารจึงยังอยู่ในขั้นวิจัย

การนำเทคโนโลยีมาใช้ในงานดูแลอาคาร

น้ำยาสูตรพัฒนามีบทบาทในงานทำความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ฉลากรองรับ ส่วนสารเคลือบต้านราและวัสดุเติมสารกลับได้กำลังพัฒนาเพื่อช่วยควบคุมการเจริญหรือการแพร่กระจายของเชื้อในระยะยาว การเลือกใช้ต้องเริ่มจากสภาพพื้นที่จริง เช่น พื้นกระเบื้องที่ทำความสะอาดได้ วัสดุพรุนที่มีราแทรกอยู่ หรือระบบอากาศที่ต้องควบคุมการปนเปื้อน เพราะแต่ละงานต้องการวิธีจัดการต่างกัน

ลำดับการจัดการความชื้น กำจัดเชื้อรา เลือกใช้สารฆ่าเชื้อ และติดตามสภาพพื้นที่
การใช้สารฆ่าเชื้อและวัสดุต้านราควบคู่กับการแก้ความชื้นและกำจัดสิ่งปนเปื้อน [1],[10]

ผู้ให้บริการอาจใช้สารฆ่าเชื้อมากกว่าหนึ่งชนิดในแผนงานเดียวกัน โดยแบ่งตามพื้นที่ เชื้อเป้าหมาย และความเข้ากันได้กับวัสดุ การใช้ TEGO 51 สลับกับผลิตภัณฑ์อื่นจึงอาจหมายถึงการเลือกน้ำยาต่างชนิดสำหรับงานต่างกัน หรือการสลับสารตามโปรแกรมควบคุมการปนเปื้อน ทั้งสองกรณีต้องพิจารณาสารออกฤทธิ์และขอบเขตการฆ่าเชื้อของแต่ละผลิตภัณฑ์ เพราะการเปลี่ยนยี่ห้ออาจยังเป็นการใช้สารกลุ่มเดิม

ในห้องสะอาดสำหรับผลิตยาปราศจากเชื้อ แนวทาง EU GMP Annex 1 กำหนดให้ใช้สารฆ่าเชื้อมากกว่าหนึ่งชนิดที่มีกลไกการออกฤทธิ์ต่างกัน เพื่อให้ครอบคลุมแบคทีเรียและเชื้อรา รวมถึงใช้สารฆ่าสปอร์เป็นระยะและติดตามผลการควบคุมเชื้อ แนวทางนี้มีขอบเขตเฉพาะงานผลิตยาปราศจากเชื้อ สำหรับงานอาคารทั่วไป การเลือกหรือสลับสารควรสัมพันธ์กับความเสี่ยงของพื้นที่และผลที่พบจากการปฏิบัติงาน ไม่จำเป็นต้องกำหนดให้ทุกพื้นที่เปลี่ยนน้ำยาตามรอบเดียวกัน การสลับใช้หมายถึงการใช้แยกตามขั้นตอนที่กำหนด ไม่ใช่การผสมน้ำยาต่างชนิดเข้าด้วยกัน [16],[13]

สำหรับพื้นที่ที่มีราแล้ว การแก้แหล่งความชื้นและนำสิ่งปนเปื้อนออกยังเป็นงานหลัก วัสดุพรุนที่เสียหายอาจต้องเปลี่ยน ส่วนพื้นผิวที่เก็บรักษาได้ต้องทำความสะอาดและทำให้แห้ง สารฆ่าเชื้อใช้ตามความจำเป็นและตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ เพราะเชื้อราที่ตายแล้วยังมีส่วนที่ก่ออาการแพ้ การทำให้เชื้อตายจึงไม่ได้ทดแทนการนำเชื้อราออก [1],[10]

การเลือกผลิตภัณฑ์ใช้ในประเทศไทยต้องตรวจฉลากและสถานะของรุ่นที่จำหน่ายจริงจาก อย. รวมถึงวิธีใช้ อุปกรณ์ป้องกัน และความเข้ากันได้กับวัสดุ การพัฒนาสูตรใหม่ไม่ได้ทำให้ทุกผลิตภัณฑ์ใช้กับทุกพื้นผิวหรือทุกวิธีพ่นได้ [11]

สำหรับผู้ให้บริการ เทคโนโลยีใหม่มีประโยชน์เมื่อช่วยแก้ปัญหาที่พบในงานได้ชัดเจน เช่น ทำงานฆ่าเชื้อพื้นผิวได้ภายในเวลาที่กำหนด เก็บรักษาสารได้สะดวกขึ้น หรือเพิ่มคุณสมบัติต้านราให้วัสดุหลังฟื้นฟูพื้นที่แล้ว ผลระยะยาวยังต้องอาศัยการควบคุมความชื้นและการติดตามสภาพอาคารร่วมกัน

เอกสารอ้างอิง

[1] U.S. EPA. A Brief Guide to Mold Moisture and Your Home.

[2] Diversey. Oxivir and Accelerated Hydrogen Peroxide Technology. ข้อมูลส่วนประกอบและการทำงานของสูตรจากผู้ผลิต

[3] Solenis. 14 May 2024. Diversey Launches Oxivir Three 64.

[4] Diversey. Oxivir Three 64 Label and Reference Sheet. EPA Reg. No. 70627-82

[5] Contec. 2023. Contec ProChlor Product Data Sheet.

[6] Mokudai T et al. 2026. Bactericidal, fungicidal, and antiviral activity of highly purified hypochlorous acid water. Journal of Microorganism Control 31(2), 67–72

[7] Viensiri P et al. 2025. Formulation of geopolymer coating spray and its antifungal activity. Journal of King Saud University Engineering Sciences 37, 67. ตีพิมพ์ซ้ำจากงาน DOI 10.1016/j.jksues.2024.05.003

[8] Hou R et al. 2026. N-halamine-grafted MIL-125-NH2(Ti) as a long-lasting chlorine reservoir for round-the-clock decontamination of Aspergillus aerosols. Chemical Engineering Journal 532, 174215

[9] Xu X et al. 2026. Visible Photosensitizing Disinfectant Spray for Combating Multidrug-Resistant Candidozyma Auris in Healthcare Settings. Exploration

[10] U.S. EPA. Should I Use Bleach to Clean Up Mold.

[11] สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. กองควบคุมเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย กลุ่มวัตถุอันตราย.

[12] TEMACO. TEGO 51. ข้อมูลกลุ่มสารแอมโฟเทอริกและประเภทการใช้งาน

[13] Diversey Hygiene (Thailand) Co., Ltd. 31 July 2024. OXIVIR TB Safety Data Sheet.

[14] COIT Thailand. บริการฆ่าเชื้อและผลิตภัณฑ์ Oxivir TB Wipe. ข้อมูลการจำหน่ายในประเทศไทย

[15] สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ. 2565. ENcase เครื่องผลิตน้ำยาฆ่าเชื้ออิเล็กโทรไลต์จากสารละลายเกลือแกงสำหรับสถานประกอบการด้านสาธารณสุข.

[16] European Commission. 2022. EU GMP Annex 1: Manufacture of Sterile Medicinal Products. ข้อ 4.33–4.34 การทำความสะอาดและฆ่าเชื้อห้องสะอาด

← กลับไปหน้ารวมบทความ